เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น เกิดขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “ธรรมชาติ” อันเป็นแก่นแท้ของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งสามารถตีความออกมาเป็นผลงานศิลปะได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ เลียนลักษณะและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือแม้แต่เป็นศิลปะที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม งานศิลปะแต่ละชิ้นที่อาคาร เดอะ ปาร์ค จึงมุ่งเชื่อมโยงธรรมชาติให้เข้ากับวิถีชีวิตในเมืองอย่างลงตัว
สิ่งแวดล้อมที่สบายตาสบายใจเป็นสิ่งสำคัญในการยกระดับสภาพจิตใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยศิลปะช่วยลดความตึงเครียดและความเหนื่อยล้าทางจิตใจให้ผู้พบเห็น สามารถสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นให้เกิดขึ้นได้



เกื้อกูล
พงษธัช อ่วยกลาง (โด่ง) (ไทย)
สเตนเลส 220 x 700 x 180 ซม.
Main Drop-Off
การทำงานและการใช้ชีวิตเป็นพลังที่เกื้อกูลกันเสมอ ประติมากรรมคู่นี้เปรียบได้กับพลังทั้งสองชนิดที่ต่างดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ยังคงจำเป็นต้องพึ่งพิงซึ่งกันและกัน
ผลงานชิ้นนี้สื่อให้ผู้พบเห็นสัมผัสถึงความเชื่อมโยงและความลื่นไหลระหว่างพลังทั้งสอง มอบทั้งความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง ตลอดจนความสมดุล อันเป็นคุณลักษณะสำคัญของการมีชีวิตที่ดีไปพร้อมๆ กัน ประติมากรรมชิ้นนี้จึงเป็นตัวแทนที่บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพของผู้คนในพื้นที่แห่งนี้
ศิลปินผู้สร้างสรรค์ประติมากรรมสเตนเลสผิวกระจกคือ โด่ง พงษธัช อ่วยกลาง ผู้ชำนาญการสร้างประติมากรรมขนาดใหญ่และคุ้นเคยกับวัสดุหลากหลายชนิด ทั้งทองแดง สแตนเลส เหล็ก ไฟเบอร์กลาส รวมไปถึงวัสดุอื่นๆ เช่น หวาย โด่งเริ่มสั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักศึกษาที่คณะจิตกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานของโด่งติดตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และห้างสรรพสินค้า
Artist photo: Courtesy of Pongsatat Uaiklang
Artwork photos: Tanapol Kaewpring
Video: Studio Blow Up
https://facebook.com/dongproject
#ThePARQCollection
https://www.facebook.com/dongproject






The Cradle
อ้อ สุทธิประภา (ไทย)
เซรามิก 900 x 300 x 65 ซม.
Office Lift Halls
อ้อ สุทธิประภา ศิลปินเซรามิกชาวไทยผู้อาศัยช่วงเวลาสร้างสรรค์ผลงานในการใคร่ครวญและศึกษาตัวตนภายในจิตใจอย่างลึกซึ้งด้วยการพูดคุยกับตัวเองผ่านดินปั้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อ้อให้ความสนใจกับแนวคิดการออกแบบ Cradle-to-Cradle ซึ่งให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบและวงจรของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างชิ้นงาน Colossal สำหรับนิทรรศการ REPAPER เมื่อพ.ศ. 2559 ต่อมาอ้อได้นำแนวคิดของงานชิ้นนี้กลับมาพัฒนาต่อยอดเชิงอุปมาเป็นประติมากรรมเซรามิกชุด The Cradle สำหรับอาคารเดอะ ปาร์ค
อ้อตั้งใจให้ผลงานเซรามิกชุดนี้มีลักษณะราวกับถักทอลงมาจากเพดานด้วยความบรรจงและเผยความงามของเซรามิกซึ่งเป็นวัสดุที่มีที่มาจากธรรมชาติ สื่อความรู้สึกเกี่ยวกับการเกิด เติบโต และรุ่งเรืองของบางสิ่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ กระบวนการ หรือเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม
Roots (โถงฝั่งตะวันออก)
Roots สื่อถึงรากของต้นไม้ที่ใช้ดูดซึมน้ำและยึดลำต้นให้ตั้งตรงและแข็งแรง แม้รากเป็นส่วนสำคัญของต้นไม้ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและสร้างความมั่นคง แต่กลับถูกมองข้ามอยู่เสมอเพราะเป็นส่วนที่มักอยู่ใต้ดิน ศิลปินจึงต้องการหยิบยกรากขึ้นมาเป็นหัวข้อหลักและเปรียบงานชิ้นนี้ให้เหมือนกับรากหยั่งลึกที่ค้ำชูอาคารที่เป็นดั่งต้นไม้ใหญ่
Interweaving (โถงฝั่งตะวันตก)
Interweaving สื่อถึงพื้นที่ซึ่งหลายชีวิตมารวมตัวกันและประสานกันอย่างกลมกลืน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจและความสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด
The Cradle นับว่าท้าทายศักยภาพของศิลปิน ด้วยชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่และใช้เวลานานในการสร้าง เพราะต้องอาศัยเทคนิคการทำด้วยมือที่พิถีพิถัน ชั่งน้ำหนักดินสำหรับเซรามิกแต่ละชิ้น เพื่อจัดวางในตำแหน่งที่ออกแบบมาโดยเฉพาะตามสีที่กำหนด โดยเซรามิกเป็นวัสดุที่เปราะบางและการเผาแต่ละครั้งให้ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน การสร้างเซรามิกรูปทรงพิเศษให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกชิ้นจึงเป็นโจทย์ยากที่ต้องอาศัยความสามารถและฝีมือขั้นสูงของศิลปิน
อ้อเคยจัดแสดงผลงานเซรามิกมาแล้วมากมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น สวีเดน เบลเยี่ยม และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ อ้อยังเป็นสมาชิกสมาคมด้านศิลปะเครื่องปั้นดินเผาในระดับนานาชาติอย่าง International Academy of Ceramics (IAC) และยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัมมนาและโครงการศิลปินในพำนักในต่างประเทศในหลากหลายโอกาส
Artist photo: Courtesy of Aor Sutthiprapha
Artwork photos: Tanapol Kaewpring
Video: Studio Blow Up
https://facebook.com/a.sutthiprapha
#ThePARQCollection
https://aorsutthiprapha.com








The Cocoon
สนิทัศน์ สตูดิโอ (ไทย)
สเตนเลสแผ่น 270 x 205 x 235 ซม. และ 185 x 175 x 165 (ที่นั่ง: ⌀ 100 ซม.)
Q Garden (L3 Rooftop)
The Cocoon ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรังไหมที่ห่อหุ้มและปกป้องดักแด้ที่อยู่ภายใน The Cocoon จึงกลายเป็นพื้นที่เล็กๆ กลางเมืองสำหรับหลบหลีกความวุ่นวายทั้งหลายให้แก่ผู้ที่ผ่านไปมาแวะพักผ่อนหย่อนใจในที่สงบระหว่างวัน
สนิทัศน์ สตูดิโอ ก่อตั้งโดยสนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ เป็นสตูดิโอออกแบบภูมิทัศน์ งานประติมากรรม รวมถึงงานศิลปะจัดวาง
งานของสนิทัศน์ สตูดิโอ มักจะหยิบยกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งขับเน้นธรรมชาติให้เด่นชัดและลดทอนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น สำหรับ The Cocoon ผลงานชิ้นนี้สื่อถึงเมืองและธรรมชาติ ซึ่งแม้จะมีความแตกต่างกัน แต่กลับสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ผิวของรังไหมทำจากสเตนเลส ซึ่งเกิดจากความตั้งใจที่จะสะท้อนภาพธรรมชาติโดยรอบ และในขณะเดียวกันก็เป็นการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น
สนิทัศน์ สตูดิโอมุ่งหวังให้ผู้คนตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ รวมไปถึงหน้าที่ของมนุษย์ที่มีต่อโลก
เมื่อสายลมพัดมากระทบกับชิ้นงานจะมีเสียงกระดิ่งคลอเบาๆ ลอดออกมา สนิทัศน์เป็นผู้หล่อกระดิ่งนี้ขึ้นมาด้วยตนเองเพื่อให้ได้กระดิ่งที่มีรูปทรงกลมกลืนกับชิ้นงานและโครงสร้าง กรรมวิธีการหล่อกระดิ่งนี้เรียกว่า “การหล่อแบบขี้ผึ้งหาย” ซึ่งเป็นกรรมวิธีโบราณที่สนิทัศน์เดินทางไปศึกษาที่หมู่บ้านปะอาว จ.อุบลราชธานี
ผลงานของสนิทัศน์ สตูดิโอจัดแสดงในพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนเทศกาลศิลปะทั้งในและต่างประเทศ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เทศกาลศิลปะบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เทศกาลศิลปะปูซาน ซี อาร์ต ประเทศเกาหลีใต้
Artist photo: Courtesy of Sanitas Pradittasnee
Artwork photos: Tanapol Kaewpring
Video: Studio Blow Up
https://sanitasstudio.com/
#ThePARQCollection
https://www.sanitasstudio.com










Amplitude
DRIFT (เนเธอร์แลนด์)
แก้วและทองเหลือง 650 x 307 x 1,310 ซม.
Office lobbies
DRIFT สองศิลปินชาวดัทช์ผู้นำความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ มนุษย์ และเทคโนโลยี มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม ศิลปะจัดวาง และการแสดง
การบินล่องลอยบนท้องฟ้าคือความใฝ่ฝันของใครหลายๆ คน รวมทั้ง DRIFT ด้วย ผลงาน Amplitude เหนือโถงล็อบบี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนความฝันนั้น
การเคลื่อนไหวอันนุ่มนวลของ Amplitude เกิดขึ้นจากการถ่ายน้ำหนักภายในหลอดแก้วใส ซึ่งอาศัยการตั้งค่าเพื่อให้หลอดแก้วแต่ละข้างขยับได้ราวกับปีกนก แม้นกแต่ละตัวจะมีท่วงท่าที่แตกต่างกัน แต่ในขณะเดียวกันก็บินรวมกันเป็นฝูงที่สง่างาม
เอกลักษณ์ที่สำคัญของ Amplitude คือแสงธรรมชาติจากภายนอกที่สะท้อนลงบนหลอดแก้ว ให้ความรู้สึกราวกับแสงอาทิตย์ที่ทาบลงบนปีกนกอย่างเป็นประกายและเปี่ยมไปด้วยความฝัน
DRIFT ก่อตั้งขึ้นโดย Lonneke Gordijn และ Ralph Nauta เมื่อ พ.ศ. 2550 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเริ่มต้นจากงานออกแบบผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะกลายมาเป็นการสร้างงานศิลปะซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ DRIFT ได้รับเชิญให้จัดแสดงผลงานมาแล้วทั่วโลก ทั้งพิพิธภัณฑ์ชั้นนำและงานเทศกาลศิลปะและการออกแบบต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ต ประเทศอังกฤษ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ประเทศอิตาลี และงานแสดงนิทรรศการนานาชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นต้น
ภาพถ่ายชิ้นงาน: ธนพล แก้วพริ้ง
ภาพภ่ายศิลปิน: ภาพจาก DRIFT: Lonneke Gordijn and Ralph Nauta ถ่ายโดย Teska van Overbeeke
วิดีโอ: Studio Blow Up
Music: วรรณฤทธิ์ พงศ์ประยูร
#ThePARQCollection
https://www.studiodrift.com










Meadow
DRIFT (เนเธอร์แลนด์)
อลูมิเนียม สแตนเลส ผ้าไหมย้อมสี และหลอด LED 380 x 425 x 435 ซม.
Q Steps
DRIFT สองศิลปินชาวดัทช์ผู้นำความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ มนุษย์ และเทคโนโลยี มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม ศิลปะจัดวาง และการแสดง
Meadow ย้ำถึงลักษณะเฉพาะอันน่าอัศจรรย์ของการเติบโตตามธรรมชาติและความไม่แน่นอนของฤดูกาล
สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมักจะมีรูปทรงตายตัว แต่ทุกสิ่งที่เป็นธรรมชาติรวมไปถึงมนุษย์ล้วนปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมโดยรอบตลอดเวลา Meadow คือผลลัพธ์จากการที่ศิลปินสังเกตและศึกษาวิธีที่จะทำให้วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นสามารถเคลื่อนไหวตามลักษณะและอารมณ์ตามธรรมชาติได้อย่างสวยงาม
แสงและเฉดสีที่เลือกใช้มีความนุ่มนวลและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยศิลปินต้องการแสดงให้เห็นถึงความประณีตและความลุ่มลึกอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
Meadow มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่ผ่านไปมาราวกับว่าพวกเขาเป็นดวงอาทิตย์ กลีบดอกไม้บานและหุบล้อไปกับบรรยากาศและเพลงภายในอาคาร ถือเป็นการผสานธรรมชาติให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่
DRIFT ก่อตั้งขึ้นโดย Lonneke Gordijn และ Ralph Nauta เมื่อ พ.ศ. 2550 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเริ่มต้นจากงานออกแบบผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะกลายมาเป็นการสร้างงานศิลปะซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ DRIFT ได้รับเชิญให้จัดแสดงผลงานมาแล้วทั่วโลก ทั้งพิพิธภัณฑ์ชั้นนำและงานเทศกาลศิลปะและการออกแบบต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ต ประเทศอังกฤษ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ประเทศอิตาลี และงานแสดงนิทรรศการนานาชาติเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นต้น
ภาพถ่ายชิ้นงาน: ธนพล แก้วพริ้ง
ภาพภ่ายศิลปิน: ภาพจาก DRIFT: Lonneke Gordijn and Ralph Nauta ถ่ายโดย Teska van Overbeeke
วิดีโอ: Studio Blow Up
#ThePARQCollection
https://www.studiodrift.com





